1x1

Myfxbook [2/2]

Myfxbook

เมื่อเราสมัคร Myfxbook(คลิ้กเพื่อดูวิธี >> สมัคร Myfxbook) และเชื่อมต่อบัญชีของเรากับ Myfxbook เสร็จแล้ว สถิติต่างๆ เกี่ยวกับการเทรดของเราจะไปปรากฏอยู่บนเว็บไซต์ Myfxbook ในรูปแบบกราฟ ซึ่งจะบอกถึงข้อมูลต่างๆ ที่เป็นประโยชน์โดยเฉพาะสถิติในเรื่องของการทำกำไรหรือขาดทุน

ข้อมูลจาก Myfxbook นั้นจะเป็นข้อมูลแบบ Real Time ทำให้เราเห็นทั้ง Order ที่เปิดอยู่และ Order ที่ปิดไปแล้ว พร้อมทั้งข้อมูลต่างๆ อีกมากมายที่เป็นประโยชน์ ไม่ว่าพอร์ตนั้นจะเป็นบัญชีจริงหรือเป็นบัญชีทดลองใช้ก็ตาม ทำให้เราตรวจเช็คได้ว่าระบบเทรดของเรานั้นดีมากน้อยขนาดไหน

MyFxbook fffff

my z1


การวิเคราะห์พอร์ต Forex จาก Myfxbook

  1. Real Account / Demo Account บอกว่าเป็นบัญชีจริงหรือบัญชีทดลองใช้
  2. Gain เป็นเปอร์เซ็นต์อัตราการเติญโตของพอร์ตโดยรวม
  3. Abs.Gain เป็นเปอร์เซ็นต์อัตราการเติญโตของพอร์ตเมื่อเทียบกับเงินทุน(เปอร์เซ็นต์ของกำไรทั้งหมดจากเงินที่ฝากเข้า)
    absolute gain = (profit/deposits)*100.
    เช่น ฝากเงิน $1,000 กำไร $500, Gain เท่ากับ 50%(balance ปัจจุบันคือ $1,500)
    ถัดมาฝากเงินเพิ่มอีก $2,000 กำไร $500  ผลที่ได้คือ (500/3,500)*100 = 14.2%
    กำไรสะสม Cumulative yield จะเท่ากับ 50+14.2 = 64.2%
    ส่วน Absolute yield จะได้เท่ากับ 1,000/3,000 = 33.3%.
  4. Daily คือ ค่าเฉลี่ยเป็นเปอร์เซ็นต์ของการทำกำไรของระบบต่อวัน
  5. Monthly คือ ค่าเฉลี่ยเป็นเปอร์เซ็นต์ของการทำกำไรของระบบต่อเดือน
  6. Drawdown หมายถึง เปอร์เซ็นต์การติดลบมากที่สุดของพอร์ตกับเงินทุน ณ ขณะนั้น(การลดลงของเงินทุนที่เกิดจากการขาดทุน) ซึ่งสำคัญมากเอาไว้ดูความเสี่ยงของระบบ
    เช่น ปัจจุบันพอร์ตมีเงิน $1,000 เทรดติดลบ $200 แต่สักพักกราฟวิ่งกลับมาทำให้เราได้กำไรรวมทุนเป็น $1,100 Drawdown จะคิด $1,000 กับการติดลบ $200 ดังนั้น ค่า Drawdown คือ 20 %
  7. Tracking Record Verify คือ ระบบของ Myfxbook ยืนยันแล้วว่า เป็น Data ที่น่าเชื่อถือ
  8. Trading Privileges Verify คือ การได้รับการยืนยันแล้วว่าข้อมูลทั้งหมดนั้นเป็นจริง จากการที่นำ Investor Password จาก Myfxbook ไปเปลี่ยนใน MT4 ของเรา
  9. Balance ยอดเงินที่เหลือในพอร์ต
  10. Equity จำนวนเงินที่เป็นบวกหรือลบหลังจากเปิดorder ในกรณีที่ไม่ได้เปิดorder Equity จะเท่ากับ Balance
  11. Highest จำนวน Balance ที่มากสุดที่ Account นี้ทำได้
  12. Profit กำไรทั้งหมดที่พอร์ตนี้ทำกำไรได้
  13. Interest ยอดรวมของ Swap ทั้งหมดไม่ว่าบวกหรือลบ
  14. Deposit ยอดเงินฝากที่เราฝากเข้าไป
  15. Withdraw ยอดเงินที่เราทำการถอนออกจากบัญชี

my z2

  • Trading จะสรุปถึงกำไร-ขาดทุน ฯลฯ ที่เราทำได้วันนี้, สัปดาห์นี้, เดือนนี้ และปีนี้
  • Trade บอกจำนวนการเทรด ที่เราเปิดorder ทั้งหมด ตั้งแต่แรกจนถึงล่าสุด
  • Profitaility บอกถึงorder ที่เราเทรดทั้งหมดนั้น ปิดบวกกี่เปอร์เซนต์ ปิดลบกี่เปอร์เซนต์ โดย จะแสดงเป็นแถบสี
  • Pips: pip คืออะไร? การเพิ่มขึ้น หรือลดลง ของค่าเงิน
  • Average Win คือ ค่าเฉลี่ยของการทำกำไรได้ต่อหนึ่งออร์เดอร์
  • Average Loss คือ ค่าเฉลี่ยของการขาดทุนที่เราเทรดเสียต่อหนึ่งออร์เดอร์
  • Lots หมายถึง จำนวนรวม Lot ทั้งหมด ที่เราเปิดorder
  • Commissions: คือ ค่าธรรมเนียมที่โบรกเกอร์เรียกเก็บจากเทรดเดอร์ในฐานะผู้ให้บริการในการเทรด แม้ว่าบางโบรกเขาจะบอกว่าไม่คิดค่า Commission แต่จริงๆแล้วเค้าได้บวกกับค่า Spread (ค่าส่วนต่างของราคาซื้อและราคาขายของตลาดในขณะนั้น) ไปแล้วนั่นเอง ซึ่งอาจจะคิดเพียงแค่ $0.1 ต่อการเทรด 1 lot ($100,000) ก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพคล่องทางตลาด (liquidity) หรืออื่นๆ ตามแต่โบรกเกอร์นั้นๆจะคิดคำนวณช่องทางรายได้ของเขาครับ
  • Longs Won คือ เปอร์เซ็นต์ความแม่นยำของออร์เดอร์ buy
  • Shorts Won คือ เปอร์เซ็นต์ความแม่นยำของออร์เดอร์ sell
  • Best Trade($) คือ จำนวนเงินที่เราเคยทำได้มากที่สุดต่อการเทรด 1 ครั้ง
  • Worst Trade($) คือ จำนวนเงินที่เราเสียมากที่สุดในการเทรด 1 ครั้ง
  • Best Trade (Pips) คือ สถิติที่เราเทรดได้จำนวน pips ดีที่สุด
  • Worst Trade (Pips) คือ สถิติที่เราเทรดเสียจำนวน pips มากที่สุด
  • Avg. Trade Length คือ ค่าเฉลี่ยเวลาที่เราถือออเดอร์
  • Profit Factor คือ อัตราส่วนจำนวนการเทรดที่ได้กำไร หารด้วย จำนวนการเทรดที่เสีย ค่าที่ได้ยิ่งมากยิ่งดี
  • Standard Deviation เป็นตัววัดความผันผวน(volatility) โดยแสดงให้เห็นถึงการแกว่ง ของกำไร,ขาดทุนที่ระบบของเราทำได้ว่าแกว่งตัวออกจากค่าเฉลี่ยเท่าไร
  • Sharpe Ratio มีไว้วัดอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน เมื่อเทียบกับความเสี่ยง ตัวเลขยิ่งเลขมากยิ่งดี
  • Z-Score จะคำนวนความสามารถของระบบเทรด ว่าจะสร้างกำไรหรือขาดทุนได้เท่าไรในเชิงเส้น จะได้เห็นภาพว่าความสามารถนั้น เป็นแค่การสุ่มหรือเปล่า
    เพราะในระบบเทรดที่มี z-score เป็นเชิงเส้น มีความเป็นไปได้ 99.99% ที่กำไรจะเป็นไปตามกำไรและขาดทุนก็ขาดทุน ตามที่ปรากฏ
  • Expectancy คือ ค่าเฉลี่ยของทุกออร์เดอร์ที่เทรดว่าเราจะได้กำไรเท่าไหร่ต่อการเทรดหนึ่งครั้ง
  • AHPR คือ เป็นค่าเฉลี่ยผลตอบแทนต่อการเทรด เป็น %
  • GHPR คือ เปอร์เซนต์การเติบโตของพอร์ตเฉลี่ยทุกๆ ออเดอร์  ค่ายิ่งมากพอร์ตยิ่งโตไว

my z2-1

  • Summary บอกว่าเราเคยเปิดorder คู่ไหนบ้าง Long/Short กำไร ขาดทุน ไปเท่าไหร่ ฯลฯ
  • Hourly บอกว่าใน 1 วัน(24 ชม.) ระบบการเทรดของเราเทรดช่วงเวลาไหน จะมีประสิทธิภาพมากที่สุด
  • Daily บอกว่า ตั้งแต่วันจันทร์ถึงศุกร์ วันไหนที่ระบบทำกำไรมากที่สุด ขาดทุนมากที่สุด
  • Risk Of Ruin บอกถึงโอกาสที่จะล้างพอร์ต
  • Duration บอกเวลาที่เราถือออร์เดอร์ 200 transactions ล่าสุด
  • MAE/MFE (เอาข้อมูล 200 transactions ล่าสุดมาวิเคราะห์)

*MAE คือ ค่าที่บอกขาดทุนสูงสุดก่อนปิดสถานะ, ระบบที่วาง stop loss ไว้อย่างเหมาะสมค่า MAE จะไม่สูงมากจนเกินไป (MAE มาก ก็มีความเสี่ยงที่จะขาดทุนมาก)
*MFE คือ ค่าที่บอกกำไรสูงสุดก่อนปิดสถานะ, MFE ช่วยเราในการวิเคราะห์จุดทำกำไรของเราว่าเหมาะสมหรือไม่, MFE มากแต่รักษากำไรไว้ไม่ได้ อาจจะต้องวิเคราะห์หาจุดทำกำไรที่เหมาะสมใหม่

my z3

  • Trading Activity จะบอกถึงสถิติการเทรดย้อนหลัง รวมถึงออร์เดอร์ที่กำลังเปิดอยู่

my z4

  • ภาพด้านบน เป็นการสรุปรายงานการเทรดรอบหนึ่งเดือนของเรา ซึ่งสามารถเรียกดูย้อนหลังแยกเป็นเดือนๆได้ โดยดูได้ว่าเราเทรดคู่ไหนไปบ้าง สัดส่วนเป็นเท่าไหร่ แต่ละคู่ Risk Reward Ratio คือเท่าไหร่ และบอกค่าเฉลี่ยระยะเวลาในการถือorder ด้วย

ทั้งหมดที่เขียนมาเป็นการแนะนำให้นักลงทุนมือใหม่รู้จัก Myfxbook ให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้รู้จักใช้เครื่องมือที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ เพื่อช่วยในการวิเคราะห์พอร์ทหรือระบบของตัวเอง ว่ามีประสิทธิภาพมากหรือน้อยเพียงใด  หากพบข้อผิดพลาดก็จะได้แก้ไขจุดบกพร่องนั้นๆ ให้ระบบเทรดเราดียิ่งขึ้นไป