super-macd-indicator

Indicator ยอดนิยม ตอนที่ 2 MACD

MACD ก็คือ เครื่องมือที่ใช้ดู Momentum หรือ ความแข็งแกร่งของราคา หรือ แรงส่งของราคา โดยใช้ เส้นค่าเฉลี่ย moving average 2 เส้น คือ 12EMA กับ 26 EMA มาประยุกต์วิเคราะห์  เช่น ถ้าราคาปรับตัวขึ้นเรื่อยๆและความแข็งแกร่งของราคาเพิ่มขึ้น ก็มีแนวโน้มที่ราคาจะขึ้นต่อ  ในทางกลับกัน หากราคาปรับตัวขึ้นแต่ความแข็งแกร่งลดลง แนวโน้มของราคามีโอกาสปรับตัวลง (เหมือนคนหมดแรงวิ่ง)

momentum คือ ความแข็งแกร่งของราคา หรือ แรงส่ง

ลองนึกภาพ  ราคาจะขึ้นก็ต้องมีแรงซื้อมากกว่าแรงขาย (demand > supply) จนกระทั่งแรงซื้อค่อยๆหมดลง (momentum ลดลง) ราคาจึงเริ่มเปลี่ยนทิศทาง

ในทางกลับกัน ราคาจะลงก็เพราะแรงขายมากกว่าแรงซื้อ ( supply > demand ) จนกระทั่งแรงขายค่อยๆหมดลง (momentum ลดลง) ราคาจึงเริ่มเปลี่ยนทิศทาง

MACD ก็เป็นเครื่องมือที่ช่วยเตือนเราได้ว่า “ความแข็งแกร่งหรือแรงส่ง” ของราคาตอนนี้เป็นยังไง มากขึ้นหรือน้อยลง ทิศทางของราคาตอนนี้มีแนวโน้มเปลี่ยนทางหรือไม่  ควรรอจังหวะดีๆก่อนดีไหม หากใช้เครื่องมือ MACD ให้ถูกวิธีก็ช่วยลดความเสี่ยงของเราได้

มาดูหน้าตา MACD ใน MT4 กันครับ

รูป1

เส้น MACD มาจากเส้นค่าเฉลี่ย (Exponential Moving Average) สองเส้นคือ 12EMA – 26EMA ซึ่ง

ถ้าเส้น 12EMA มีค่ามากกว่า 26EMA – MACD จะเป็นบวก

ถ้าเส้น 12EMA มีค่าน้อยกว่า 26EMA – MACD จะเป็นลบ

เส้น Signal คือ เส่น 9EMA

ส่วนเส้นกลาง (center line) หรือ MACD = 0 มีไว้แบ่งพื้นที่กันระหว่าง บวก กับ ลบ

ลองนึกภาพ ถ้าค่าเป็นลบคือดำดิ่งอยู่ในน้ำ กับค่าเป็นบวกก็เหมือนพุ่งขึ้นเหนือน้ำ

 

รูป2

USDCADDaily 3

** สำหรับการใช้ Divergence จะกล่าวรายละเอียดในบทความต่อไปครับ

ข้อสังเกต

1.จุดอ่อนของ MACD จะให้สัญญาณช้ามาก ต้องมีเทรนด์เกิดขึ้นก่อนแล้วค่อยมีสัญญาณ ซึ่งกว่าเส้นจะตัดกันได้ ราคาก็ไปไกลแล้ว หากเข้าซือตามสัญญาณสองเส้นตัดกันอาจต้องมานั่งดูตัวเองขาดทุนก็ได้นะครับ  ยิ่งตลาดถ้า sideway การใช้ macd โอกาสแพ้ยับเยินมีสูง

2.การเข้าออเดอร์ควรดู แท่งเทียน แนวรับ/แนวต้าน ดูแนวโน้ม  ส่วน MACD ควรดูเป็นตัวประกอบ

ตัวอย่างการใช้ แนวรับ แนวต้าน กับ MACD ประกอบ

  • เกิด false break และ momentum ลดลง = Sell signal
  • เกิด false break และ momentum เพิ่มขึ้น = Buy signal

EURUSDH4

จบไปแล้วกับเรื่อง Indicator # MACD  การใช้งานเบื้องต้น ยังไงก็ฝากติดตามบทความกันต่อไปนะครับ เพราะทีเด็ดของ MACD ยังไม่จบเพียงเท่านี้แน่นอน 😀