Untitled

It’s your money, take control! (Part 3/4)

กฎในการลงทุนจากความเดิมตอนที่แล้ว

1. TRADE WITH A PLAN
2. SCREEN YOUR TRADES
3. ALWAYS LOOK AT A CHART
4. STAY WITH A TREND
5. USE MONEY MANAGEMENT TECHNIQUES
6. BUY AND SELL ON CONFIDENCE
7. BUY ONLY LIQUID STOCKS AND LIQUID MARKETS
8. DON’T BUY OR SELL ON HOT TIPS

กฎข้อต่อไปคือ…

9. DO NOT DOLLAR COST AVERAGE

ถ้าหุ้นที่เราลงทุนซื้อแล้วคาดหวังว่าจะวิ่งขึ้นแต่มันกลับร่วงระนาว อย่าทำให้สถานการณ์แย่ลงด้วยการซื้อหุ้นเพิ่มเพื่อถัวเฉลี่ยราคาทุน โอกาสที่เป็นไปได้มากก็คือการขาดทุนสะสมเพิ่มขึ้น ส่วนตัวแล้วผม (Robert) เรียกเทคนิคนี้ว่า Disaster cost averaging อย่าซื้อหุ้นจนกว่าจะเห็น Trend ชัดจริงๆ

เทคนิคการซื้อหุ้นถัวเฉลี่ยนั้นให้ผลดียิ่งกับบริษัทหลักทรัพย์ แต่ยิ่งเราใช้เทคนิคนี้มากเท่าไหร่ เรานั่นแหละที่จะโดนลักทรัพย์ซะเอง

10. NO ONE WIN 100% OF THE TIME

หลายๆ คนเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นโดยมองแต่กำไรอย่างเดียวไม่ได้คิดถึงตอนขาดทุนด้วย ความคิดว่าลงทุนแล้วจะต้องได้กำไรทุกครั้งเป็นสิ่งที่ผิดมหันต์ การขาดทุนเป็นเพียงค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการทำธุรกิจ สิ่งที่เราต้องทำก็คือการควบคุมความเสี่ยงและอย่าให้ความโลภมาบังตาจนเงินทุนของเราตั้งอยู่บนความเสี่ยงที่มากเกินจะรับไหว เราควรระลึกเสมอว่าเราจะไม่สามารถเรียนรู้การทำกำไรได้เลยจนกว่าเราจะรู้จักกับการขาดทุน ความสามารถในการจัดการกับความรู้สึกในช่วงเวลาของการขาดทุนจะเป็นตัวบอกความแตกต่างระหว่างมือสมัครเล่นกับนักลงทุนมืออาชีพ ในขณะที่มือสมัครเล่นมัวแต่นั่งเสียใจกับการขาดทุน มืออาชีพจะไม่สนใจ เขาเพียงแต่หาวิธีการลงทุนต่อไปเท่านั้น ไม่ได้นำผลขาดทุนมาแบกไว้ให้หนักใจ

11. ALWAYS USE STOPS

การมีจุด Stops ไม่เพียงแค่จำกัดการขาดทุนของเราเท่านั้น แต่ยังสามารถปกป้องผลกำไรของเราได้อีกด้วย จุด Stops ก็เหมือนกับการประกันภัย เมื่อเราซื้อหุ้น เราก็วาง Stop เพื่อควบคุมการขาดทุนเมื่อหุ้นตก ในกรณีที่เราได้กำไรแล้ว เราก็วางจุด Stop ก็จะเป็นหลักประกันว่าเราจะได้กำไรจำนวนนึงแน่ๆ

การวางจุด Stop ก็เหมือนกับการจำกัดความเสียหายให้อยู่ในวงแคบๆ เราคงไม่อยากให้เงินของเราตั้งอยู่บนความเสี่ยงไม่มีที่สิ้นสุด ทั้งนี้ทั้งนั้นคนส่วนใหญ่มักจะไม่มีการตั้งจุด Stop เพราะกลัวว่าราคาจะมาถึงจุด Stop แล้วจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเขาทำผิด ซึ่งจริงๆ แล้วมันก็เป็นเพียงแค่ปัญหาทางจิตวิทยาที่คนเรามักจะไม่ค่อยยอมรับความผิดพลาดของตัวเองเท่านั้น

12. I DON’T HAVE TIME

หาเวลาซะไม่งั้นก็ต้องยอมรับผลกรรม ถ้าเรายุ่งจนไม่มีเวลาแม้แต่จะจัดการเงินของเราเอง บางทีเราอาจจะยุ่งเกินไปจริงๆ หากเราพบว่าเงินในพอร์ทหายไปกว่าครึ่งโดยที่เราไม่รู้ตัวเลย เราก็น่าจะฉลองในความยุ่งเกินไปของเรากันซะหน่อย…

มันไม่คุ้มเลยที่จะทำงานหนักเจียนตายแต่ไม่ได้อะไรตอบแทนกลับมาอย่างที่เราคาดหวังไว้ เราต้องหาเวลาในการเรียนรู้และกำหนดอนาคตด้วยตัวเองเท่านั้น

ย้อนกลับไปดู Part 1 >> คลิกที่นี่

ย้อนกลับไปดู Part 2 >> คลิกที่นี่

It’s your money, take control! (Part 4/4)

ความเห็น